ISO ของ “กันแดด” : สิ่งที่ควรเข้าใจก่อนตัดสินคุณภาพผลิตภัณฑ์

ในช่วงที่ผ่านมา คำว่า “ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน ISO” กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผู้บริโภคใช้พิจารณาเลือกกันแดดหลายคนเริ่มให้ความสำคัญกับมาตรฐานการทดสอบมากขึ้น และมองว่า ISO เป็นตัวบ่งชี้ถึง “ความน่าเชื่อถือ” ของผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ในบริบทของกันแดด คำว่า ISO ไม่ได้มีความหมายเพียงแบบเดียว และการตีความเพียงบางส่วน อาจทำให้เข้าใจภาพรวมของการทดสอบ “ไม่ครบถ้วน”

ISO ในกันแดดเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง?

ในการทดสอบประสิทธิภาพของกันแดด เช่น SPF และ UVA protection มาตรฐาน ISO จะเข้ามามีบทบาทใน 2 มิติที่แตกต่างกัน

1. มาตรฐานของ “วิธีการทดสอบ”

2. มาตรฐานของ “ห้องปฏิบัติการ”

ทั้งสองส่วนทำหน้าที่ต่างกัน แต่มีผลต่อความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์ร่วมกัน

1. มาตรฐาน ISO ของ “วิธีการทดสอบ”

ISO ในบริบทนี้ หมายถึงการกำหนดขั้นตอนและเงื่อนไขของการทดสอบ เพื่อให้ผลลัพธ์มีความสม่ำเสมอ และสามารถเปรียบเทียบกันได้

ตัวอย่างของสิ่งที่ถูกกำหนด เช่น

  • ปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทาบนผิว (2 mg/cm²)
  • รูปแบบของแหล่งกำเนิดรังสี UV
  • วิธีการวัดและคำนวณค่า SPF หรือค่า UVA protection

ในปัจจุบัน วิธีการทดสอบกันแดดสามารถแบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลัก ได้แก่

• การทดสอบกับผิวมนุษย์ (in vivo)

ใช้ในการวัดค่า SPF และการตอบสนองของผิวต่อรังสี UV

  • ข้อดี คือ สะท้อนพฤติกรรมของผิวจริง
  • ข้อจำกัด คือ มีความแปรปรวนระหว่างบุคคล

• การทดสอบด้วยเครื่องมือ (in vitro)

ใช้แผ่นทดสอบหรืออุปกรณ์ในการวัดการปกป้องรังสี UV ภายใต้สภาวะควบคุม

  • ข้อดี คือ ควบคุมตัวแปรได้ดี ให้ผลที่สม่ำเสมอ
  • ข้อจำกัด คือ เป็นการจำลองสภาพผิว ไม่ใช่ผิวจริงทั้งหมด

ไม่ว่าจะเป็น in vivo หรือ in vitro หากดำเนินการตามมาตรฐาน ISO ถือว่าเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล สิ่งสำคัญที่ควรเข้าใจคือ มาตรฐานในส่วนนี้เน้นที่ “วิธีการทดสอบ” เป็นหลัก และวิธีการทดสอบสามารถถูกพัฒนาและปรับปรุงได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อมีเทคโนโลยีหรือแนวทางใหม่ที่มีความแม่นยำมากขึ้น

2. มาตรฐาน ISO/IEC 17025 ของ “ห้องปฏิบัติการ”

อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญ คือมาตรฐานของสถานที่ที่ทำการทดสอบ ISO/IEC 17025 เป็นมาตรฐานที่ใช้รับรองว่า ห้องปฏิบัติการมีความสามารถในการดำเนินการทดสอบได้อย่างถูกต้อง ครอบคลุมองค์ประกอบ เช่น

• ความแม่นยำของเครื่องมือ (ผ่านการสอบเทียบ)

• ระบบควบคุมคุณภาพภายใน

• ความเชี่ยวชาญของผู้ปฏิบัติงาน

• ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับของข้อมูล

มาตรฐานนี้ไม่ได้กำหนด “วิธีทดสอบ” แต่กำหนดว่า “ผลการทดสอบที่ได้ มีความน่าเชื่อถือในเชิงระบบหรือไม่

บทบาทของมาตรฐานทั้งสองส่วน

เมื่อพิจารณาในภาพรวมจะเห็นได้ว่ามาตรฐานทั้งสองประเภทมีหน้าที่ต่างกันอย่างชัดเจน มาตรฐานของวิธีการทดสอบทำหน้าที่กำหนด “วิธี” ในการวัดผล ขณะที่มาตรฐานของห้องปฏิบัติการทำหน้าที่กำหนด “ความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์” ทั้งสององค์ประกอบจึงควรถูกพิจารณาร่วมกัน เพื่อให้เข้าใจคุณภาพของข้อมูลได้อย่างครบถ้วน

แนวทางการทดสอบของ Gentluca

ผลิตภัณฑ์กันแดดของ Gentluca ผ่านการทดสอบค่า SPF และการปกป้องรังสี UVA ตามมาตรฐานสากล โดยดำเนินการในห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีระบบควบคุมคุณภาพในระดับสากลและมีการกำกับดูแลด้านมาตรฐานห้องปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ

แนวทางนี้สะท้อนถึงการให้ความสำคัญทั้งวิธีการทดสอบ และความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์ในระดับระบบ

สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกกันแดด

การเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดไม่ควรพิจารณาเพียงวิธีการทดสอบเพียงอย่างเดียว แต่ควรมองร่วมกันในหลายมิติทั้งประเภทของการทดสอบ ค่า SPF และการปกป้องรังสี UVA รวมถึงมาตรฐานของห้องปฏิบัติการที่ทำการทดสอบ

เพราะในท้ายที่สุดสิ่งที่สำคัญที่สุด คือความมั่นใจว่าผลลัพธ์ที่ได้ สามารถสะท้อนการปกป้องผิวได้อย่างน่าเชื่อถือ

CONTACT US

 

Bioceuticals Tech Company Limited 

50/875 Moo6 Banmai Pakkred Nonthaburi 11120

 

E-mail : [email protected]

Customer care : Line @gentlucathailand